Regenerative Development

by sirdi
0 comments

แนวคิด ทฤษฎี และพัฒนาการ

          กรอบคิดเชิงทฤษฎี (Conceptual Framework) ว่าด้วย การพัฒนาเพื่อการฟื้นฟูและสร้างใหม่ (Regenerative Development) เป็นแนวคิดที่ยกระดับการพัฒนาให้ก้าวหน้าออกไปจากการรักษาไว้ (Sustainability) ไปสู่การฟื้นฟูและสร้างใหม่ (Regeneration) ตามพื้นฐานความเชื่อที่ว่ามนุษย์และระบบเศรษฐกิจต้องทำงานสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบนิเวศเพื่อให้โลกสามารถเยียวยาตัวเองได้และเติบโตอย่างมั่งคั่งไปพร้อมกัน แนวคิดและทฤษฎีนี้เริ่มจาก Bill Mollison และ David Holmgren (1978) ได้เสนอเรื่อง Permaculture ซึ่งเป็นกรอบการออกแบบระบบเกษตรและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ที่เน้นการทำงานร่วมกับธรรมชาติ แทนการต่อสู้กับธรรมชาติ โดยมีลักษณะเป็นระบบปิดที่พึ่งพาตนเอง (Self-sufficient closed-loop system) เป็นระบบไม่เน้นผลผลิตสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ หลักการสำคัญของ Permaculture คือ (1) ทำงานกับธรรมชาติ แทนการต่อสู้กับมัน (Work with Nature, Not Against It) ใช้วัฏจักรธรรมชาติ เช่น การหมุนเวียนสารอาหาร การกักเก็บน้ำฝน การใช้พืชคลุมดิน (2) สร้างความหลากหลาย (Diversity) ปลูกพืชหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน ลดความเสี่ยงจากโรคและแมลง (3) ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Use and Value Resources Efficiently) ใช้วัสดุท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก (4) สร้างระบบปิด (Closed-loop System) ของเสียจากพืชและสัตว์กลายเป็น สารอาหาร (Nutrients) ให้กับระบบอื่น เช่น เศษอาหาร ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยให้พืช พืชเป็นอาหารมนุษย์/สัตว์ (5) พึ่งพาตนเอง (Self-sufficiency) ลดการพึ่งพาภายนอก เช่น ปุ๋ยเคมี พลังงานจากน้ำมัน ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำฝน พลังงานชีวภาพ โดยสรุป Permaculture คือ แนวคิดการออกแบบระบบเกษตรและชุมชนที่จำลองธรรมชาติเป็นต้นแบบ ให้ทุกส่วนของระบบสามารถหมุนเวียนได้เอง สร้างความยั่งยืน ความหลากหลาย และความพึ่งพาตนเอง โดยทุกองค์ประกอบในระบบมีบทบาทเป็นผู้ช่วยซึ่งกันและกัน ตัวอย่างของชุมชนที่มีการจัดการตามแนวคิดของการออกแบบ Permaculture เช่น Crystal Waters Permaculture Village-รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) เครือรัฐออสเตรเลีย (World Habitat, n.d.) Zaytuna Farm-รัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย (Permaculture Consultants, n.d.) Northey Street City Farm (เครือรัฐออสเตรเลีย) (Noosa Biosphere Reserve Foundation, 2024)

          การนำเสนอของ John T. Lyle (1994) ตามผลงานหนังสือเรื่อง Regenerative Design for Sustainable Development ที่นำเอาแนวคิดการซ่อมแซมและสร้างใหม่เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปใช้ในงานสถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง และการบริหารจัดการทรัพยากรแบบองค์รวม ที่มุ่งเน้นฟื้นฟูระบบนิเวศหมุนเวียนพลังงานและทรัพยากร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและชุมชน แทนที่จะเป็นภาระเชิงสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว Lyle ได้จัดตั้ง The John T. Lyle Center for Regenerative Studies, California State Polytechnic University, Pomona, USA เป็น “ห้องปฏิบัติการแห่งชีวิต” (Living Laboratory) สำหรับการทดลองระบบพลังงาน หมุนเวียนน้ำ การจัดการอาหารแบบยั่งยืน การฟื้นฟูธรรมชาติ และ
การออกแบบชุมชนที่สามารถให้ผลผลิตและฟื้นฟูทรัพยากรเองโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตัวศูนย์ยังเป็นอาคาร Carbon neutral แห่งแรกในระบบ California State University

          William McDonough และ Michael Braungart (2002) เจ้าของผลงานเรื่อง Cradle to cradle (C2C) ที่เสนอแนวคิดว่า ขยะเท่ากับสารอาหาร (Waste = Food) เป็นการออกแบบที่เน้นให้กระบวนการผลิตและการบริโภคเป็นวงจรที่ไม่มีของเสีย (Waste-free) ซึ่งหมายถึงว่า ทุกวัสดุและผลิตภัณฑ์หลังใช้งานสามารถกลับเข้าสู่วงจรผลิตหรือระบบนิเวศได้โดยไม่ก่อมลพิษ แนวคิด C2C แบ่งวัสดุเป็น 2 ประเภท คือ สารอาหารทางชีวภาพ (Biological Nutrients) เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ และสารอาหารทางเทคนิค (Technical Nutrients) เป็นวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่สามารถนำมาใช้ใหม่ ตัวอย่างของผลงานตามแนวคิด C2C จะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ Mirra Chair ซึ่งเป็นผลงานของ Herman Miller (Lee & Bony, 2007) และผลิตภัณฑ์ Ara Chair ซึ่งเป็นผลงานของ Steelcase ที่ออกแบบตามหลักการ C2C โดยใช้แยกชิ้นส่วนง่าย รีไซเคิล 100% (Sofeast, n.d.) และการออกแบบลดขยะการผลิตและใช้ หมุนเวียนวัสดุในผลิตภัณฑ์อุปกรณ์และรองเท้ากีฬาของ Nike (NIKE, 2009)

          John Fullerton (2015) เจ้าของผลงานหนังสือ Regenerative Capitalism ที่เสนอออกแบบสู่ระบบการเงินและเศรษฐกิจระดับโลกด้วยหลัก 8 ประการ ประกอบด้วย (1) ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องและเกื้อกูล (2) มองความมั่งคั่งแบบองค์รวม (3) นวัตกรรมที่พร้อมปรับตัว (4) การมีส่วนร่วมที่มีพลัง (5) ให้เกียรติบริบทของชุมชนและท้องถิ่น (6) ความอุดมสมบูรณ์ที่จุดตัด (7) การไหลเวียนที่เข้มแข็ง และ (8) การแสวงหาสมดุล โดย Fullerton เชื่อว่าหากทำตามหลักการทั้ง 8 ข้อนี้ ระบบเศรษฐกิจและสังคมจะรักษาและฟื้นฟูตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐบาลหรือการช่วยเหลือการกุศล เพราะระบบถูกฝังติดตรึงอยู่ในกลไกการทำงานของธุรกิจตั้งแต่ต้น

          กล่าวโดยสรุปได้ว่า กรอบคิดเชิงทฤษฎีว่าด้วย การพัฒนาเพื่อการฟื้นฟูและสร้างใหม่ เป็นแนวคิดที่ก้าวล้ำออกไปจากการลดผลกระทบตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปสู่การซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมสภาพไปแล้วพร้อมสร้างสรรค์วิถีใหม่ที่อยู่กับความสมดุลในระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และการอยู่ร่วมกันของสังคมทั้งเมือง การเปรียบเทียบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับการพัฒนาเพื่อการฟื้นฟูและสร้างใหม่ ปรากฏตามตารางที่ 1

ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับการพัฒนาเพื่อการฟื้นฟูและสร้างใหม่

หัวข้อ การพัฒนาอย่างยั่งยืนกับ การพัฒนาเพื่อการฟื้นฟูและสร้างใหม่
เป้าหมายหลัก ไม่ทำร้ายโลกเพิ่ม ทำโลกให้ดีกว่าเดิม
สถานะผลลัพธ์ คงสภาพ-สมดุล สร้างส่วนที่เป็นบวกเพิ่มเติม
มุมมองต่อทรัพยากร ประหยัด-รักษา บ่มเพาะ-สร้างใหม่
ความสัมพันธ์ มนุษย์แยกจากธรรมชาติ มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ที่มา: พัฒนาโดยผู้เขียน (2569)

 

การปรับใช้และความก้าวหน้า

          โมเดลการจัดการใหม่ที่ Walmart ในฐานะ Retailer ไม่มีบทบาทเป็นเพียง Buyer แต่ยังเป็น Co-investor เพื่อร่วมและเร่งการเปลี่ยนผ่าน

          ยุทธศาสตร์ของ Walmart ข้างต้น เป็นไปตาม Landscape-scale Regenerative Platform Leader ที่ตั้งเป้าภายให้บรรลุ ในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) ประกอบด้วย (1) ปกป้อง ฟื้นฟู และจัดการอย่างยั่งยืนในที่ดิน 50 ล้านเอเคอร์ (ประมาณ 202,343 ตารางกิโลเมตร) และ 1 ล้านตารางไมล์ (ประมาณ 2.59 ล้านตารางกิโลเมตร) ของมหาสมุทร ซี่งเป็นขยายกรอบการดำเนินงานจากเดิมที่เป็นการเน้นไปยัง Supplier compliance ไปสู่การสร้างพื้นที่ที่เป็น Landscape governance ของบริษัท (Walmart Inc, 2024) (2) Project Gigaton คือ แพลตฟอร์ม Supplier-engagement ที่ให้ Supplier ลด GHG 1 กิกะตัน (10 ตัน) ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) ยุทธศาสตร์ของบริษัทที่กำหนดใหม่ ยังได้กำหนดให้ Agriculture เป็นหนึ่งใน Sector หลัก หมายความว่า Walmart ใช้ Buyer power ไปสร้าง Transform upstream farming systems

          กรณีข้างต้นยังมีบริษัทอื่นที่ดำเนินการไปในทำนองเดียวกันกับ Walmart และ PepsiCo เช่น เนสท์เล่ (ไทย) เป็นสาระสำคัญในรายงานความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ตรา ‘คนอร์’ ภายใต้ “ยูนิลีเวอร์” และมีรายงานกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP (รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวกที่ 1-3)

          การปรับใช้สำหรับการพัฒนาระบบเมือง จะเห็นได้จากสาธารณรัฐสิงคโปร์-Integrated Regenerative Urban Planning ตามบริบทความร่วมมือกับ C40 Cities และ Urban Planning Accelerator เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองที่ “ให้คุณค่ากับทั้งมนุษย์และธรรมชาติ” ผ่านการเชื่อมโยงการวางผังพื้นที่สีเขียว การจัดการน้ำ การออกแบบพื้นที่กายภาพ และการบูรณาการความร่วมมือเชิงกำกับ (Centre for Liveable Cities, 2026)

          เขตนอร์ดฮาวน์ (Nordhavn) เมืองโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก-Regenerative Urban District as Policy Driven Development ที่บูรณาการในนโยบายและแผนพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ โครงการนี้เปลี่ยนพื้นที่ท่าจอดเรืออุตสาหกรรมให้เป็นย่านเมืองใหม่ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านและงานในชุมชนขนาดใหญ่ที่เข้าถึงธรรมชาติได้ง่าย ลดพลังงานคาร์บอน และสร้างเมืองแนวทางการพัฒนาต้นแบบ “เมือง 5 นาที” (Five-minute city)  (Ghisleni, 2025)

          รวมถึงการประกาศนโยบายสำหรับการพัฒนาเมืองตามกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีนี้ เช่น เมืองวิทเทน
เบิร์ก (Wittenberg) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) และ เมืองไอโอวาซิตี (Iowa City) สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557)

 

ตัวอย่างของ Regenerative Development

          การบริหารเมืองไฟรบวร์ก อิมไบรส์เกา (Freiburg im Breisgau) เป็นเมืองมหาวิทยาลัยในรัฐบาเดิน-เวิอร์ทเทมแบร์ก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นตัวอย่างของ Renewable energy city, Transit-oriented planning, Green infrastructure, Citizen participation ซึ่งทำให้เมืองเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีสิ่งแวดล้อมดีขึ้นพร้อมกัน (Reed, 2007; Mang & Reed, 2012; Hes & Du Plessis, 2014)

          การดำเนินงานของ Rodale Institute ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการวิจัยและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และเกษตรฟื้นฟู (Regenerative agriculture) เช่น เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ลดสารเคมี เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มรายได้เกษตรกร (อันเป็นวิถีการจัดการที่ตรงกันข้ามกับงานปุ๋ยเคมี) (Hepperly et al., 2006; LaSalle & Hepperly, 2008)

          การพัฒนาลุ่มน้ำไรน์ (Rhine River restoration program) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านหลายประเทศในยุโรป เช่น สมาพันธรัฐสวิส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฝรั่งเศส จนถึงราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ โครงการดังกล่าวได้ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ (Ecosystem) และพัฒนาเพื่อใช้เป็นช่องทางของเครือข่ายการขนส่งและการกระจายสินค้าที่เชื่อมโยงจากการผลิตถึงผู้บริโภค (ICPR, 1987; Bölscher et al., 2013)

——————————–

เรียบเรียงโดย ดร. สุนทร คุณชัยมัง

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม (SIRDI)
วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

เมษายน 2569

——————————–

 

เอกสารอ้างอิง (References)

Bölscher, T., Van Slobbe, E., Van Vliet, M. T. H., & Werners, S. E. (2013). Adaptation turning

points in river restoration? The Rhine salmon case. Sustainability, 5(6), 2288–2304. https://doi.org/10.3390/su5062288

Centre for Liveable Cities. (February 23, 2026). Building regenerative cities: Singapore at the

C40 workshop in Jakarta. Urban Redevelopment Authority & Centre for Liveable Cities Knowledge Hub. https://knowledgehub.clc.gov.sg/publications/building-regenerative-cities-singapore-at-the-c40-workshop-in-jakarta/

Ghisleni, C. (November 10, 2025). The Nordhavn case: 10 projects transforming Copenhagen’s

harbor into a model of urban regeneration and sustainability. ArchDaily. https://www.archdaily.com/1035510/the-nordhavn-case-10-projects-transforming-copenhagens-harbor-into-a-model-of-urban-regeneration-and-sustainability

Hepperly, P. R., Douds, D. D., & Seidel, R. (2006). The Rodale Institute Farming Systems Trial

1981–2005: Long-term analysis of organic and conventional maize and soybean cropping systems. Kutztown, PA: Rodale Institute.

Hes, D., & Du Plessis, C. (2014). Designing for hope: Pathways to regenerative sustainability.

London: Routledge.

International Commission for the Protection of the Rhine (ICPR). (2003). Outcome of the

Rhine Action Programme. Koblenz: ICPR.

LaSalle, T. J., & Hepperly, P. (2008). Regenerative organic farming: A solution to global

warming. Kutztown, PA: Rodale Institute.

Lyle, J. T. (1994). Regenerative design for sustainable development. Wiley.

Mang, P., & Reed, B. (2012). Designing from place: A regenerative framework and methodology. Building Research & Information, 40(1), 23–38.

NIKE, Inc. (2009). Corporate Responsibility Report FY07‑09 (pp. 85). Nike, Inc.

https://media.about.nike.com/files/d51a3065‑bced‑431b‑874f‑8aa9c9b3aa72/FY07_09_Nike__CR_report.pdf

Noosa Biosphere Reserve Foundation. (2024). Northey Street City Farm permaculture project

summary. (Final Report). Unpublished report.

Permaculture Consultants. (n.d.). Zaytuna Farm Permaculture project overview.

https://www.permacultureconsultants.com/project/zaytuna-farm

Reed, B. (2007). Shifting from ‘sustainability’ to regeneration. Building Research &

Information, 35(6), 674–680.

Sofeast. (n.d.). Designing new products with a cradle to cradle cycle in mind: Steelcase.

https://www.sofeast.com/knowledgebase/designing‑new‑cradle‑to‑cradle‑products/

Walmart Inc. (December 12, 2024). Regeneration of natural resources: Forests, land and

oceans. Walmart ESG Report. https://corporate.walmart.com/purpose/esgreport/environmental/regeneration-of-natural-resources-forests-land-oceans

World Habitat. (n.d.). Crystal Waters Permaculture Village, Queensland, Australia. World

Habitat Awards. https://world-habitat.org/awards/winners/crystal-waters-permaculture-village/

Related Posts

Leave a Comment