สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม(SIRDI)
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับ
  • หลักสูตรอบรม
    • หลักสูตรอบรมระยะสั้น 2568
    • หลักสูตรอบรมระยะสั้น 2565-67
    • ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม 2568 Social Entrepreneurship Center @RSU
  • บทความ/งานวิจัย
    • Lesson Learned
    • คลังความรู้
      • ข้อมูลเบื้องต้น คำและแนวคิดใหม่ ในศตวรรษที่ 21
    • เอกสารทั่วไป
    • ผลงานวิชาการ
    • กรณีศึกษา
      • การจัดกลุ่มทฤษฎีนวัตกรรมสังคม
      • กรณีศึกษาของต่างประเทศ
      • กรณีศึกษาของไทย
      • EDSTS & BCG Model
      • กรณีศึกษาองค์กรชุมชน
      • Community Welfare Fund
  • กิจกรรมเวิร์คช็อป
  • ติดต่อเรา
Article

Patrimonio Hoy

นวัตกรรมการจัดการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เปรียบเทียบกับโครงการบ้านมั่นคงของประเทศไทย

by sirdi 07/09/2026
by sirdi 07/09/2026 0 comments
42
Post Views: 46

บทคัดย่อ

บทความนี้วิเคราะห์โครงสร้างและกลไกการดำเนินงานของ Patrimonio Hoy ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมของบริษัท CEMEX ประเทศเม็กซิโก โดยอาศัยข้อมูลจาก Esper และ London (2013) และ Business Call to Action (2015) เป็นหลัก พร้อมเปรียบเทียบกับโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. การวิเคราะห์พบว่า Patrimonio Hoy มิได้เป็นเพียงโครงการสินเชื่อรายย่อยหรือโครงการจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แต่เป็นนวัตกรรมธุรกิจแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงการเงิน วัสดุก่อสร้าง การออกแบบทางเทคนิค การขนส่ง และเครือข่ายบุคคลในชุมชนไว้ในระบบเดียวกัน โดยมีหน่วยปฏิบัติการระดับพื้นที่หรือ PH Cell เป็นกลไกประสานงาน ส่วนโครงการบ้านมั่นคงเป็นนวัตกรรมเชิงสถาบันและธรรมาภิบาลที่ให้องค์กรชุมชนเป็นผู้สำรวจ วางแผน จัดการที่ดิน บริหารสินเชื่อ ออกแบบ และดำเนินการก่อสร้างร่วมกัน ความแตกต่างสำคัญคือ Patrimonio Hoy ใช้ชุมชนเป็นฐานการเข้าถึงและส่งมอบบริการทางธุรกิจ ขณะที่บ้านมั่นคงให้องค์กรชุมชนเป็นเจ้าของและกำกับกระบวนการพัฒนา บทความเสนอว่า การผสมผสานประสิทธิภาพด้านห่วงโซ่อุปทานและบริการเทคนิคของ Patrimonio Hoy เข้ากับระบบการเงินรวมหมู่และธรรมาภิบาลชุมชนของบ้านมั่นคง อาจนำไปสู่ตัวแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีทั้งประสิทธิภาพ ความครอบคลุม และความเป็นธรรมทางสังคมมากขึ้น


 

คำสำคัญ: Patrimonio Hoy, บ้านมั่นคง, ธุรกิจที่ครอบคลุมคนรายได้น้อย, การเงินเพื่อที่อยู่อาศัยรายย่อย, การพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน, นวัตกรรมสังคม


 

บทนำ

ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยมิได้เกิดจากการขาดแคลนบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความไม่สอดคล้องระหว่างระบบการจัดหาที่อยู่อาศัยแบบเป็นทางการกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนรายได้น้อย ระบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิมมักกำหนดให้ผู้กู้มีรายได้ประจำ มีหลักฐานทางการเงิน มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ชัดเจน เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้คนทำงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอถูกกีดกันออกจากตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย แม้ว่าครัวเรือนเหล่านั้นอาจมีความสามารถในการออมและชำระเงินเป็นงวดก็ตาม

ในทางปฏิบัติ ครัวเรือนรายได้น้อยในประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากจึงสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัยแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือ incremental housing กล่าวคือ เมื่อมีเงินจึงซื้อวัสดุ ต่อเติมห้อง ปรับปรุงพื้น หลังคา ห้องน้ำ หรือองค์ประกอบอื่นของบ้านเป็นระยะ กระบวนการเช่นนี้สอดคล้องกับรายได้และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปตามวงจรชีวิตของครอบครัว แต่มีข้อจำกัดด้านต้นทุน คุณภาพ ความปลอดภัย และระยะเวลาการก่อสร้าง เนื่องจากครัวเรือนซื้อวัสดุครั้งละน้อย ไม่มีบริการออกแบบและควบคุมคุณภาพ และอาจต้องเก็บวัสดุไว้นานก่อนที่จะเริ่มก่อสร้างได้ (Habitat for Humanity International, 2014)

Patrimonio Hoy ของ CEMEX เป็นกรณีสำคัญของความพยายามแก้ปัญหาดังกล่าวผ่านกลไกธุรกิจ ส่วนโครงการบ้านมั่นคงของประเทศไทยเป็นกรณีสำคัญของการแก้ปัญหาผ่านกลไกรัฐที่สนับสนุนให้องค์กรชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์สามประการ ได้แก่ ประการแรก อธิบายโครงสร้างและวงจรการทำงานของ Patrimonio Hoy ประการที่สอง จัดวางโครงการดังกล่าวไว้ในกรอบธุรกิจที่ครอบคลุมคนรายได้น้อยและนวัตกรรมสังคม และประการที่สาม เปรียบเทียบ Patrimonio Hoy กับบ้านมั่นคง รวมถึงตัวแบบที่ขับเคลื่อนโดยรัฐ องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชนในประเทศอื่น


ที่มาและฐานคิดของ Patrimonio Hoy
Patrimonio Hoy มีความหมายโดยประมาณว่า “ทรัพย์สินของครอบครัวในวันนี้” เป็นโครงการที่ CEMEX เริ่มพัฒนาในประเทศเม็กซิโกเมื่อปี 1998 ภายหลังบริษัทศึกษาพฤติกรรมการสร้างบ้านของครัวเรือนรายได้น้อยในเขตเมืองและกึ่งเมือง CEMEX พบว่าคนกลุ่มนี้ไม่มีความสามารถในการจ่ายในการซื้อวัสดุก่อสร้างโดยสิ้นเชิง และระบบตลาดที่มี ก็ไม่สามารถจัดผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับรูปแบบรายได้และการก่อสร้างของพวกเขาได้ – ขณะที่พวกเรามีรายได้บางส่วนมาจากการไปทำงานเป็นคนงานในต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งจะมีเงินส่งกลับบ้านเป็นระยะ ๆ (Business Call to Action, 2015; Moreno, 2011)

โดยทั่วไป ครัวเรือนรายได้น้อยมักซื้อวัสดุก่อสร้างครั้งละน้อยในราคาปลีก เริ่มก่อสร้างเมื่อมีเงิน และหยุดงานเมื่อเงินหมด กระบวนการต่อเติมห้องหนึ่งห้องจึงอาจใช้เวลาหลายปี นอกจากนั้น ครัวเรือนอาจคำนวณปริมาณวัสดุคลาดเคลื่อน ซื้อวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเสียค่าใช้จ่ายจากการแก้ไขงานก่อสร้างที่ผิดพลาด Patrimonio Hoy ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “จะขายปูนให้คนจนได้อย่างไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า “จะจัดระบบการเงิน วัสดุ ความรู้ และการส่งมอบอย่างไร เพื่อให้ครัวเรือนรายได้น้อยสามารถสร้างบ้านได้เร็วและมีคุณภาพขึ้น”จากคำถามดังกล่าว CEMEX ได้พัฒนาบริการที่รวมองค์ประกอบอย่างน้อย 4 ด้านไว้ด้วยกัน ได้แก่ (1) สินเชื่อหรือแผนชำระเงินรายย่อย (2) วัสดุก่อสร้าง (3) การให้คำปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมและเทคนิค และ (4) ระบบจัดเก็บและส่งมอบวัสดุตามจังหวะการก่อสร้าง Esper และ London (2013) พบว่า Patrimonio Hoy ใช้แผนชำระเงินประมาณ 70 สัปดาห์ เพื่อให้ครัวเรือนสามารถสร้างหรือต่อเติมบ้านเป็นห้อง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น

ลักษณะดังกล่าวทำให้ Patrimonio Hoy แตกต่างจากการบริจาควัสดุก่อสร้างหรือ CSR แบบสาธารณกุศล เพราะบริการถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้และขยายตัวได้ ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างผลลัพธ์ทางสังคมด้านความมั่นคงปลอดภัย คุณภาพชีวิต สุขภาวะ และมูลค่าทรัพย์สินของครอบครัว จึงสามารถจัดเป็นธุรกิจที่ครอบคลุมคนรายได้น้อย หรือ inclusive business ซึ่งนำประชากรฐานล่างเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าในฐานะผู้บริโภค ผู้ปฏิบัติงาน และหุ้นส่วนในการส่งมอบบริการ (Business Call to Action, 2015)

 

โครงสร้างองค์กรและการจัดการของ Patrimonio Hoy
โครงสร้างของ Patrimonio Hoy ประกอบด้วย 3 ระดับที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ สำนักงานใหญ่ หน่วยปฏิบัติการระดับพื้นที่ และเครือข่ายการส่งมอบบริการในชุมชน ตาม Patrimonio Hoy Business Model ภาพที่ 1

ภาพที่ 1 Patrimonio Hoy Business Model
ที่มา: Esper & London, 2013; Business Call to Action, 2015

 

 สำนักงานใหญ่ของ Patrimonio Hoy
สำนักงานใหญ่ทำหน้าที่ออกแบบและกำกับระบบโดยรวม ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มาตรฐานการให้บริการ ระบบบัญชีและการติดตามการชำระเงิน การคัดเลือกวัสดุ มาตรฐานทางเทคนิค การฝึกอบรมพนักงาน และระบบข้อมูลของลูกค้า สำนักงานใหญ่ยังทำหน้าที่ประสานความสัมพันธ์กับหน่วยธุรกิจของ CEMEX ผู้จัดจำหน่ายวัสดุ และหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ ในเชิงองค์กร สำนักงานใหญ่ มิได้ทำหน้าที่ให้บริการแก่ทุกครัวเรือนโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดระบบหรือ platform orchestrator เป็นผู้กำหนดกติกา มาตรฐาน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ความสามารถในการสร้างมาตรฐานส่วนกลางเช่นนี้ทำให้ CEMEX สามารถนำตัวแบบไปดำเนินงานในพื้นที่ใหม่โดยไม่จำเป็นต้องสร้างองค์กรขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ทุกครั้ง

 

PH Cell ในฐานะหน่วยปฏิบัติการระดับพื้นที่
หัวใจของโครงสร้างคือ PH Cell ซึ่งเป็นสำนักงานขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้ชุมชนเป้าหมาย PH Cell ทำหน้าที่ผสมผสานบทบาทของสำนักงานบริการลูกค้า หน่วยสินเชื่อ ศูนย์ประสานคำสั่งซื้อวัสดุ และศูนย์ให้คำปรึกษาด้านก่อสร้างไว้ในหน่วยงานเดียวกัน แต่ละ Cell อาจประกอบด้วยผู้จัดการสำนักงาน เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า ผู้นำฝ่ายขาย และสถาปนิกหรือที่ปรึกษาทางเทคนิค (Esper & London, 2013) ผู้จัดการสำนักงานรับผิดชอบการบริหารหน่วยงาน ตรวจสอบเอกสารสมาชิก กำกับการรับชำระเงิน และประสานกับสำนักงานใหญ่ เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าทำหน้าที่รับชำระเงินรายสัปดาห์ บันทึกบัญชี แจ้งกำหนดส่งวัสดุ และติดตามปัญหาของสมาชิก ผู้นำฝ่ายขายรับผิดชอบการคัดเลือกและกำกับผู้ส่งเสริมโครงการในชุมชน ส่วนสถาปนิกหรือที่ปรึกษาทางเทคนิคทำหน้าที่สำรวจบ้าน รับฟังความต้องการ ออกแบบ ประมาณวัสดุ และจัดลำดับขั้นตอนการก่อสร้าง

การรวมบุคลากรหลายบทบาทไว้ใน PH Cell ช่วยลดปัญหาการแยกส่วนของบริการ กล่าวคือ ครัวเรือนไม่ต้องติดต่อสถาบันการเงิน ร้านวัสดุ สถาปนิก และบริษัทขนส่งแยกจากกัน แต่สามารถรับบริการทั้งหมดผ่านจุดประสานงานเดียว

 

Promoter ในฐานะตัวกลางเชิงสังคม
Promoter หรือผู้ส่งเสริมโครงการเป็นกลไกที่เชื่อมบริษัทเข้ากับครัวเรือนในชุมชน บุคคลเหล่านี้มักเป็นคนในพื้นที่ มีความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน และเข้าใจเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชน หน้าที่สำคัญประกอบด้วยการอธิบายโครงการ รับสมัครสมาชิก ช่วยให้สมาชิกเข้าใจกติกาการชำระเงิน ติดตามปัญหา และส่งข้อมูลจากชุมชนกลับไปยัง PH Cell (Esper & London, 2013)

ในเชิงสถาบัน Promoter ทำหน้าที่ลดความไม่สมมาตรของข้อมูลและสร้างความไว้วางใจระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับครัวเรือนรายได้น้อย ความสัมพันธ์ในชุมชนจึงกลายเป็นทรัพยากรที่ช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าและต้นทุนการติดตามการชำระเงิน อย่างไรก็ตาม Promoter ยังคงทำงานภายใต้กรอบและเป้าหมายของบริษัท มีความแตกต่างไปจากแกนนำชุมชนหรือกรรมการสหกรณ์ที่ได้รับมอบอำนาจจากสมาชิกให้เป็นตัวแทนในการตัดสินใจ

 

Socio ในฐานะสมาชิกและลูกค้า
Patrimonio Hoy ใช้คำว่า socio ซึ่งแปลได้ว่า “สมาชิก” หรือ “หุ้นส่วน” เพื่อเรียกผู้เข้าร่วมโครงการ แต่ในทางกรรมสิทธิ์ บุคคลดังกล่าวยังมีสถานะเป็นลูกค้าของระบบมากกว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ สมาชิกไม่มีหุ้นหรือสิทธิร่วมกำกับ CEMEX แม้ว่าจะมีบทบาทในการกำหนดความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและจัดการการก่อสร้างของตนเองก็ตาม กระบวนการโดยทั่วไปเริ่มจากครัวเรือนสมัครเข้าโครงการ จากนั้นที่ปรึกษาทางเทคนิคจะสำรวจพื้นที่และจัดทำแบบก่อสร้างหรือแบบต่อเติม คำนวณปริมาณวัสดุ และกำหนดแผนการส่งมอบ สมาชิกชำระเงินเป็นงวดรายสัปดาห์ตามแผนประมาณ 70 สัปดาห์ และได้รับวัสดุเป็นช่วง ๆ ตามความก้าวหน้าของการชำระเงินและแผนงานก่อสร้าง (Esper & London, 2013)

การชำระเงินเป็นงวดช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้เป็นรายจ่ายขนาดเล็กที่ครัวเรือนสามารถจัดการได้ ขณะเดียวกัน การกำหนดราคาวัสดุล่วงหน้าและการจัดส่งเป็นช่วงช่วยลดความเสี่ยงจากราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้น การสูญหายของวัสดุ และการนำเงินออมหรือวัสดุไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น

 

ผู้จัดจำหน่ายวัสดุและช่างก่อสร้าง
PH Cell ส่งคำสั่งซื้อวัสดุไปยังผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่ และผู้จัดจำหน่ายเป็นผู้ส่งมอบวัสดุให้แก่ครัวเรือนตามงวดที่กำหนด รูปแบบนี้ทำให้ CEMEX ไม่จำเป็นต้องสร้างร้านค้าหรือคลังสินค้าใหม่ทั้งหมด แต่สามารถใช้โครงสร้างการจัดจำหน่ายที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันผู้ค้าท้องถิ่นก็ได้รับยอดขายเพิ่มจากการเข้าสู่เครือข่ายของโครงการ

สำหรับงานก่อสร้าง สมาชิกเป็นผู้เลือกและจ่ายค่าจ้างช่างเอง โดยช่างทำงานตามแบบและรายการวัสดุที่ได้รับจากที่ปรึกษาทางเทคนิค การจัดการเช่นนี้ได้ช่วยให้มีการใช้แรงงานและช่างในท้องถิ่น แต่ทำให้คุณภาพของงานก่อสร้างยังขึ้นอยู่กับทักษะของช่าง ดังนั้น การติดตามจากที่ปรึกษา Patrimonio Hoy ที่มีความเข้มข้นและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นบทบาททางเทคนิคและการจัดระบบการส่งมอบที่ CEMEX เล็งเห็นความสำคัญที่จะแก้ไขปัญหานี้มากกว่าจะปล่อยให้เป็นภาระของผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรง

 

กลไกการสร้างคุณค่าของ Patrimonio Hoy
คุณค่าของ Patrimonio Hoy เกิดจากการจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างองค์ประกอบที่เดิมแยกจากกัน ได้แก่ เงินออม สินเชื่อ วัสดุ การออกแบบ การขนส่ง และแรงงานก่อสร้าง นวัตกรรมสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่วัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ แต่อยู่ที่สถาปัตยกรรมของระบบบริการในด้านคุณค่าทางเศรษฐกิจ CEMEX สามารถเข้าถึงตลาดผู้มีรายได้น้อย ที่เดิมซื้อวัสดุอย่างกระจัดกระจายและไม่ได้รับบริการจากระบบธุรกิจอย่างเต็มที่ ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นได้รับยอดขายเพิ่มเติม ส่วนครัวเรือนได้รับวัสดุตามแผนและลดต้นทุนจากการซื้อผิดประเภทหรือใช้วัสดุเกินความจำเป็น ในด้านคุณค่าทางสังคม ครัวเรือนสามารถสร้างบ้านให้เสร็จเร็วขึ้น ได้รับคำแนะนำด้านความปลอดภัย และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและมูลค่าทรัพย์สินของตน Esper และ London (2013) เห็นว่า โครงการนี้ได้ทำให้ครอบครัวมีพื้นที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ พื้นที่นอนและพื้นที่ศึกษาที่เหมาะสม ตลอดจนสภาพบ้านที่ปลอดภัย อาจเชื่อมโยงกับสุขภาพ การเรียนรู้ และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างการปรับปรุงบ้านกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพและการศึกษาจำเป็นต้องประเมินอย่างระมัดระวัง เพราะอาจได้รับอิทธิพลจากรายได้ โภชนาการ การเข้าถึงบริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมของชุมชนด้วย

Business Call to Action (2015) จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบวัดผลกระทบที่ครอบคลุมมากกว่าจำนวนลูกค้า ปริมาณสินเชื่อ หรือยอดขายวัสดุ โดยตัวชี้วัดควรครอบคลุมคุณภาพ ความปลอดภัย ขนาดและการใช้งานของบ้าน มูลค่าทรัพย์สิน สุขภาพ การศึกษา การประกอบธุรกิจภายในบ้าน และการเสริมพลังของผู้หญิง การวัดผลเช่นนี้จะช่วยแยกความแตกต่างระหว่าง output หรือสิ่งที่โครงการส่งมอบ กับ outcome หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตของครัวเรือน

 

Patrimonio Hoy ในฐานะธุรกิจที่ครอบคลุมคนรายได้น้อยและนวัตกรรมสังคม
Patrimonio Hoy สามารถอธิบายได้ผ่านแนวคิดหลายชุด ประการแรก โครงการเป็น inclusive business เพราะนำครัวเรือนรายได้น้อยเข้าสู่ระบบตลาดในฐานะลูกค้าและผู้ร่วมส่งมอบบริการ มิได้วางคนเหล่านั้นไว้ในฐานะผู้รับการบริจาคเท่านั้น ประการที่สอง โครงการมีลักษณะของการสร้างคุณค่าร่วม หรือ creating shared value เพราะความสำเร็จทางธุรกิจของ CEMEX เชื่อมโยงกับความสามารถในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของลูกค้า (Porter & Kramer, 2011) ประการที่สาม Patrimonio Hoy เป็นนวัตกรรมสังคมเชิงกระบวนการ เพราะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างบริษัท ผู้จัดจำหน่าย ผู้เชี่ยวชาญ ช่าง และครัวเรือนในชุมชน นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่รวมถึงการเปลี่ยนวิธีจัดองค์กร วิธีส่งมอบบริการ และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในระบบ (Murray et al., 2010)

การเรียก Patrimonio Hoy ว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคมหรือการสร้างคุณค่าร่วม ไม่ควรละเลยความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่บริษัทเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ ราคา เกณฑ์การเข้าร่วม และมาตรฐานการดำเนินงาน ขณะที่สมาชิกไม่ได้เป็นเจ้าของหรือร่วมกำกับกิจการ ดังนั้น การมีส่วนร่วมของชุมชนใน Patrimonio Hoy จึงเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในกระบวนการใช้บริการและส่งมอบบริการมากกว่าการมีส่วนร่วมในธรรมาภิบาลขององค์กร

 

ตัวแบบการจัดการที่อยู่อาศัยในภาคส่วนอื่น
กลไกที่เชื่อมการเงิน การก่อสร้าง และการมีส่วนร่วมของชุมชน มิได้จำกัดอยู่ที่ Patrimonio Hoy ยังมีปรากฏมีการพัฒนาอีกหลายรูปแบบตามประเภทขององค์กรผู้นำระบบ กล่าวคือ

ตัวแบบที่นำโดยภาคเอกชน
โดยสถาบันการเงินรายย่อยหลายแห่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อการต่อเติมบ้าน เช่น MiCasa ของ Mibanco ในประเทศเปรู โดยออกแบบวงเงิน ระยะเวลาชำระ และหลักฐานรายได้ให้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพนอกระบบ ตัวแบบดังกล่าวใกล้เคียงกับ Patrimonio Hoy ในด้านการเงินเพื่อการก่อสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่โดยทั่วไปไม่ได้ผนวกระบบวัสดุ การออกแบบ และเครือข่ายผู้ส่งเสริมชุมชนอย่างครบถ้วนเท่า Patrimonio Hoy (Habitat for Humanity International, 2018) อีกกรณีหนึ่งคือ ¡Échale! a Tu Casa ในเม็กซิโก ซึ่งเชื่อมการออม สินเชื่อ ความช่วยเหลือด้านเทคนิค การผลิตวัสดุ และแรงงานของครอบครัวเข้าด้วยกัน กรณีนี้มีลักษณะของกิจการเพื่อสังคมและการร่วมผลิตมากกว่าโครงการสินเชื่อหรือจำหน่ายวัสดุเพียงอย่างเดียว

ตัวแบบที่นำโดยองค์กรภาคประชาสังคม
มี Habitat for Humanity ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคม/องค์กรไม่แสวงหากำไรระหว่างประเทศ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรที่สนับสนุนการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยรายย่อยผ่านความร่วมมือกับธนาคาร สถาบันไมโครไฟแนนซ์ และองค์กรท้องถิ่น โดยผนวกสินเชื่อเข้ากับบริการให้คำปรึกษาด้านการก่อสร้าง หลักการสำคัญคือ การสร้างบ้านแบบค่อยเป็นค่อยไปต้องการทั้งแหล่งเงินที่ยืดหยุ่นและความรู้ทางเทคนิค มิฉะนั้นสินเชื่ออาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นบ้านที่ปลอดภัยและมีคุณภาพได้ (Habitat for Humanity International, 2014, 2018)

หรือ Orangi Pilot Project ในประเทศปากีสถานเป็นอีกกรณีหนึ่งที่องค์กรภาคประชาสังคมมิได้สร้างระบบสุขาภิบาลแทนชุมชน แต่พัฒนาแบบทางเทคนิค ลดต้นทุน ให้คำแนะนำ และสนับสนุนให้ครัวเรือนร่วมกันสร้างระบบท่อระบายน้ำระดับซอย ส่วนรัฐรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานหลัก ตัวแบบนี้แสดงให้เห็นบทบาทขององค์กรภาคประชาสังคมในฐานะผู้พัฒนาความรู้และความสามารถ มากกว่าผู้รับเหมาก่อสร้างหรือผู้บริจาค (Hasan, 2006)

ตัวแบบที่นำโดยองค์กรชุมชน
โดยเครือข่าย Slum Dwellers International (SDI) ใช้กลุ่มออมทรัพย์ของคนจนเมือง การสำรวจข้อมูลโดยชุมชน การทำแผนที่ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนเป็นฐานในการเจรจากับรัฐและเจ้าของที่ดิน ในระบบนี้ SDI ซึ่งเป็น Community-Based Organizations: CBOs มิได้เป็นเพียงช่องทางรับบริการ แต่เป็นผู้ผลิตข้อมูล ระดมทุน ตัดสินใจ และต่อรองเชิงนโยบาย (Mitlin, 2008) เป็นโครงการที่ SDI ใช้ดำเนินงานในประเทศในประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย แอฟริกาใต้ นาบิเมีย ซิมบับเว เคนยา มาลาวี ยูกันดา แซมเบีย กานา แทนซาเนีย และฟิลิปปินส์ อนึ่ง ตัวแบบที่นำโดย CBOs แตกต่างจาก Patrimonio Hoy ตรงที่ทุนทางสังคมและเครือข่ายชุมชนไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อลดต้นทุนการเข้าถึงลูกค้า แต่ถูกใช้เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนจนเมืองกับรัฐ

ตัวแบบที่รัฐสนับสนุนและชุมชนดำเนินการ
โครงการ Community Mortgage Program ของฟิลิปปินส์ให้สินเชื่อแก่สมาคมชุมชนเพื่อซื้อหรือพัฒนาที่ดินที่สมาชิกตั้งถิ่นฐานอยู่ ส่วนโครงการ Minha Casa Minha Vida–Entidades ของบราซิลเปิดโอกาสให้สหกรณ์และองค์กรภาคประชาชนบริหารโครงการที่อยู่อาศัยโดยใช้เงินสนับสนุนของรัฐ ตัวแบบเหล่านี้มีความใกล้เคียงกับบ้านมั่นคงมากกว่า Patrimonio Hoy เพราะหน่วยรับทุนหรือสินเชื่อเป็นองค์กรรวมหมู่ และประเด็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการ

 

บ้านมั่นคงในฐานะการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน
สำหรับโครงการบ้านมั่นคงเริ่มดำเนินการในปี 2546 โดยรัฐบาลไทยมอบหมายให้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นหน่วยงานหลัก มีแนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้สร้างบ้านสำเร็จรูปและคัดเลือกประชาชนเข้าพัก มาเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร เงินอุดหนุน และสินเชื่อให้ชุมชนออกแบบและดำเนินการแก้ปัญหาด้วยตนเอง (Boonyabancha, 2005) กระบวนการบ้านมั่นคงเริ่มจากการสร้างกลุ่มออมทรัพย์และองค์กรชุมชน การสำรวจครัวเรือนและปัญหาที่อยู่อาศัย การจัดทำแผนในระดับชุมชนหรือระดับเมือง การเจรจาเรื่องที่ดิน การเลือกวิธีพัฒนา การออกแบบบ้านและผังชุมชน และการบริหารงบประมาณและการก่อสร้าง องค์กรชุมชนหรือสหกรณ์เป็นผู้รับสินเชื่อรวมจาก พอช. แล้วจัดสรรภาระการชำระให้สมาชิกตามข้อตกลงของชุมชน (Boonyabancha, 2005, 2009)

การพัฒนาอาจอยู่ในรูปการปรับปรุงในที่ดินเดิม การจัดผังชุมชนใหม่ การแบ่งปันที่ดิน การเช่าที่ดินระยะยาว การซื้อที่ดินร่วมกัน หรือการย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งงาน ทางเลือกจึงไม่ได้ถูกกำหนดเป็นแบบบ้านมาตรฐานจากส่วนกลาง แต่เกิดจากเงื่อนไขของที่ดิน ความสามารถในการจ่าย และการเจรจาของแต่ละชุมชน (Community Organizations Development Institute, n.d.) บ้านมั่นคงจึงมิใช่เพียงโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่เป็นกระบวนการพัฒนาองค์กร การสร้างระบบการเงินร่วม การแก้ปัญหาสิทธิในที่ดิน และการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย วิชาชีพ และองค์กรพัฒนาเอกชน

 

การเปรียบเทียบ Patrimonio Hoy กับบ้านมั่นคง
Patrimonio Hoy และบ้านมั่นคง มีฐานคิดร่วมกันในประเด็นสำคัญหลายประการ ทั้งสองกรณีไม่มองครัวเรือนรายได้น้อยเป็นผู้รับความช่วยเหลือที่ไม่มีความสามารถ แต่ยอมรับว่าคนกลุ่มนี้สามารถออม ชำระคืน ตัดสินใจ และร่วมสร้างที่อยู่อาศัยได้ หากระบบบริการได้รับการออกแบบให้เหมาะสม ทั้งสองโครงการยังสนับสนุนการก่อสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป เชื่อมการเงินกับความช่วยเหลือทางเทคนิค รวมความต้องการเพื่อประหยัดต้นทุน และใช้บุคคลหรือองค์กรในพื้นที่เป็นกลไกประสานงาน อย่างไรก็ตาม ความเหมือนดังกล่าวไม่ควรบดบังความแตกต่างเชิงโครงสร้างระหว่างสองตัวแบบ

 

มิติเปรียบเทียบ Patrimonio Hoy บ้านมั่นคง
เจ้าภาพหลัก บริษัทเอกชน CEMEX พอช. ร่วมกับองค์กรชุมชน
กรอบการดำเนินงาน Inclusive business และ CSV Community-driven development
หน่วยหลัก ครัวเรือนในฐานะสมาชิกหรือลูกค้า องค์กรชุมชนหรือสหกรณ์
ปัญหาหลักที่มุ่งแก้ การเข้าไม่ถึงสินเชื่อ วัสดุ และบริการเทคนิค ที่ดินไม่มั่นคง บ้านเสื่อมโทรม และการกีดกันจากระบบเมือง
กลไกการเงิน การชำระรายสัปดาห์หรือสินเชื่อที่ผูกกับวัสดุ เงินออมชุมชน สินเชื่อรวมหมู่ และเงินอุดหนุน
การจัดการที่ดิน โดยทั่วไปไม่ได้เป็นภารกิจหลัก เป็นหัวใจของกระบวนการ
การออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญให้บริการแก่ครัวเรือน ชุมชนร่วมออกแบบบ้านและผังทั้งชุมชน
การจัดซื้อวัสดุ PH Cell เชื่อมกับผู้จัดจำหน่าย ชุมชนรวมซื้อและบริหารการก่อสร้าง
ธรรมาภิบาล บริษัทกำหนดระบบและเงื่อนไขหลัก องค์กรชุมชนกำกับการตัดสินใจ
ขอบเขตผลลัพธ์ บ้านหรือส่วนต่อเติมของครัวเรือน บ้าน ที่ดิน สาธารณูปโภค พื้นที่ส่วนกลาง และองค์กรชุมชน
วิธีขยายผล ทำซ้ำระบบมาตรฐานและ PH Cells ขยายผ่านเครือข่ายชุมชนและความร่วมมือระดับเมือง

 

ความแตกต่างพื้นฐานคือ Patrimonio Hoy มุ่งแก้ “ความล้มเหลวของตลาด” โดยทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการทางธุรกิจเข้าถึงครัวเรือนรายได้น้อย ส่วนบ้านมั่นคง มุ่งแก้ทั้งความล้มเหลวของตลาดและข้อจำกัดด้านสิทธิ อำนาจ และสถาบัน โดยเฉพาะความมั่นคงในที่ดินและการมีส่วนร่วมของคนจนเมืองในการกำหนดอนาคตของตนเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง Patrimonio Hoy เป็นธุรกิจที่ฝังตัวอยู่ในชุมชน หรือ community-embedded business เพราะใช้บุคลากร ความสัมพันธ์ และความไว้วางใจในชุมชนสนับสนุนการส่งมอบบริการ ขณะที่บ้านมั่นคงเป็นการพัฒนาที่กำกับโดยชุมชน หรือ community-governed development เพราะองค์กรชุมชนมีอำนาจต่อรอง จัดการเงิน เลือกที่ดิน และกำหนดรูปแบบการพัฒนา

 

จุดแข็งและข้อจำกัดของแต่ละตัวแบบ

จุดแข็งของ Patrimonio Hoy คือความสามารถในการบูรณาการบริการหลายด้าน ความเชี่ยวชาญในห่วงโซ่อุปทานวัสดุก่อสร้าง การกำหนดมาตรฐาน และการทำซ้ำตัวแบบในพื้นที่ต่าง ๆ ฐานรายได้จากธุรกิจช่วยให้โครงการไม่ต้องพึ่งเงินบริจาคทั้งหมด และเปิดโอกาสให้ขยายบริการได้หากหน่วยปฏิบัติการมีจำนวนลูกค้ามากพอ อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนที่ยากจนที่สุดอาจไม่มีรายได้เพียงพอสำหรับการชำระเงินสม่ำเสมอ Patrimonio Hoy ยังไม่ได้แก้ปัญหาสิทธิในที่ดินหรือการถูกไล่รื้อโดยตรง และสมาชิกไม่ได้มีอำนาจร่วมกำกับกิจการ นอกจากนี้ ความสำเร็จด้านจำนวนลูกค้าและยอดสินเชื่อไม่จำเป็นต้องเท่ากับผลลัพธ์ด้านสุขภาพ การศึกษา หรือการลดความยากจน หากไม่มีการประเมินผลกระทบอย่างเป็นระบบ (Business Call to Action, 2015)

จุดแข็งของบ้านมั่นคงคือการสร้างความมั่นคงในที่ดิน การเพิ่มอำนาจการตัดสินใจของชุมชน และการเชื่อมการพัฒนาบ้านเข้ากับสาธารณูปโภค สวัสดิการ และการพัฒนาเมือง องค์กรชุมชนที่เกิดขึ้นจากโครงการสามารถทำหน้าที่ต่อเนื่องในด้านการเงิน สวัสดิการ อาชีพ และการดูแลสมาชิกได้ ข้อจำกัดคือกระบวนการรวมกลุ่มและการตัดสินใจร่วมต้องใช้เวลา ความสามารถในการบริหารจัดการแตกต่างกันระหว่างชุมชน และการรับสินเชื่อรวมหมู่สร้างความเสี่ยงร่วม หากระบบบัญชี การตรวจสอบ และการจัดการความขัดแย้งไม่เข้มแข็ง นอกจากนี้ โครงการยังต้องพึ่งพาความร่วมมือจากเจ้าของที่ดิน ท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณูปโภค และระบบงบประมาณของรัฐ

 

ข้อเสนอการพัฒนาตัวแบบผสมสำหรับประเทศไทย

การเปรียบเทียบมิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุว่าตัวแบบใดดีกว่าโดยสมบูรณ์ แต่เพื่อค้นหาองค์ประกอบที่สามารถนำมาประกอบใหม่ Patrimonio Hoy มีความเข้มแข็งด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานทางเทคนิค การประกันราคา การแบ่งส่งวัสดุ และระบบบริการระดับพื้นที่ ส่วนบ้านมั่นคงมีความเข้มแข็งด้านการออมรวมหมู่ การจัดการที่ดิน ธรรมาภิบาล และความเป็นเจ้าของโดยชุมชน

ตัวแบบผสมที่เหมาะสมอาจกำหนดให้องค์กรชุมชนหรือสหกรณ์ยังคงเป็นเจ้าของโครงการและมีอำนาจตัดสินใจ ขณะที่ พอช.ทำหน้าที่สนับสนุนสินเชื่อระยะยาว เงินอุดหนุน และการเจรจาที่ดิน ภาคเอกชนสามารถเข้าร่วมผ่านสัญญาจัดซื้อวัสดุแบบรวมหมู่ การประกันราคา และการส่งมอบตามงวด ส่วนมหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพ และองค์กรภาคประชาสังคมสามารถจัดตั้งหน่วยบริการทางเทคนิคระดับพื้นที่ ทำหน้าที่คล้าย PH Cell แต่กำกับโดยภาคีหลายฝ่าย ไม่ใช่บริษัทเพียงฝ่ายเดียว

นอกจากนี้ ควรพัฒนาระบบรับรองและยกระดับทักษะช่างชุมชน ระบบข้อมูลต้นทุนและราคาวัสดุที่โปร่งใส ตลอดจนระบบติดตามผลที่ครอบคลุมทั้งการชำระคืน คุณภาพและความปลอดภัยของบ้าน สุขภาวะของครัวเรือน ความมั่นคงในที่ดิน และความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน กลไกดังกล่าวจะช่วยผสมผสานประสิทธิภาพของธุรกิจเข้ากับความชอบธรรมและความเป็นธรรมของการกำกับโดยชุมชน

 

บทสรุป

Patrimonio Hoy เป็นนวัตกรรมการจัดการที่อยู่อาศัยซึ่งเกิดจากการมองปัญหาของครัวเรือนรายได้น้อยในฐานะความล้มเหลวของระบบบริการมากกว่าจะมองว่าคนจนไม่มีความสามารถทางเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง โครงการผนวกสินเชื่อ วัสดุก่อสร้าง คำปรึกษาทางเทคนิค การขนส่ง และตัวกลางในชุมชนให้เป็นบริการเดียวกัน โดยใช้ PH Cell เป็นหน่วยประสานระดับพื้นที่ ความสำเร็จสำคัญจึงอยู่ที่นวัตกรรมของแบบจำลองธุรกิจและการจัดห่วงโซ่คุณค่า มิใช่เพียงการขายวัสดุในราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านมั่นคง พบว่าทั้งสองโครงการยอมรับศักยภาพของครัวเรือนรายได้น้อยและสนับสนุนการสร้างบ้านแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มีตรรกะการจัดการแตกต่างกัน Patrimonio Hoy ใช้ชุมชนเป็นฐานในการเข้าถึงลูกค้าและส่งมอบบริการ ส่วนบ้านมั่นคงให้องค์กรชุมชนเป็นเจ้าของและกำกับกระบวนการพัฒนา Patrimonio Hoy จึงโดดเด่นด้านการขยายผลเชิงธุรกิจ ขณะที่บ้านมั่นคงโดดเด่นด้านธรรมาภิบาล ความมั่นคงในที่ดิน และการเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจ

ในเชิงนโยบาย ตัวเลือกที่เหมาะสมอาจไม่ใช่การเลือกระหว่างรัฐกับตลาด แต่เป็นการออกแบบสถาบันที่ทำให้รัฐ เอกชน องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชนทำงานร่วมกัน โดยให้องค์กรชุมชนมีอำนาจกำกับ ภาครัฐจัดหาเงินทุนและหลักประกันเชิงสถาบัน ภาคเอกชนสนับสนุนประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และภาควิชาชีพรับรองคุณภาพและความปลอดภัย แนวทางเช่นนี้จะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นทั้งการสร้างทรัพย์สินของครัวเรือน การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน และการเปลี่ยนแปลงระบบเมืองที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

 


เรียบเรียงโดย
ผศ. ดร.สุนทร คุณชัยมัง
อาจารย์ประจำวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต


เอกสารอ้างอิง

Boonyabancha, S. (2005). Baan Mankong: Going to scale with “slum” and squatter upgrading

in Thailand. Environment and Urbanization, 17(1), 21–46. https://doi.org/10.1177/095624780501700104

Boonyabancha, S. (2009). Land for housing the poor—By the poor: Experiences from the

Baan Mankong nationwide slum upgrading programme in Thailand. Environment and Urbanization, 21(2), 309–329. https://doi.org/10.1177/0956247809342180

Business Call to Action. (2015). CEMEX Patrimonio Hoy: Providing integral housing solutions

for low-income families. https://www.endeva.org/wp-content/uploads/2015/08/bcta_casestudies_cemex_ph_final.pdf

Community Organizations Development Institute. (n.d.). Baan Mankong urban. Retrieved

August 25, 2026, from https://en.codi.or.th/baan-mankong-urban/

Esper, H., & London, T. (2013). Improved housing and its impact on children: An exploration

of CEMEX’s Patrimonio Hoy (Impact Case Study No. 1). William Davidson Institute and Bernard van Leer Foundation.

https://wdi.umich.edu/insights/improved-housing-and-its-   impact-on-children-an-exploration-of-cemexs-patrimonio-hoy/

Habitat for Humanity International. (2014). Step by step: Supporting incremental building

through housing microfinance. https://www.habitat.org/media/1548/view

Habitat for Humanity International. (2018). Building the business case for housing

microfinance in Sub-Saharan Africa. Terwilliger Center for Innovation in Shelter. https://www.habitat.org/sites/default/files/documents/The-Business-Case-for-Housing-Microfinance-SSA.pdf

Hasan, A. (2006). Orangi Pilot Project: The expansion of work beyond Orangi and the mapping

of informal settlements and infrastructure. Environment and Urbanization, 18(2), 451–480. https://doi.org/10.1177/0956247806069626

Mitlin, D. (2008). With and beyond the state—Co-production as a route to political influence,

power and transformation for grassroots organizations. Environment and Urbanization, 20(2), 339–360. https://doi.org/10.1177/0956247808096117

Moreno, I. (2011). Patrimonio Hoy: Bringing a successful housing solution to scale. Inter-

American Development Bank. https://publications.iadb.org/en/patrimonio-hoy-bringing-successful-housing-solution-scale

Murray, R., Caulier-Grice, J., & Mulgan, G. (2010). The open book of social innovation. The

Young Foundation and NESTA. https://youngfoundation.org/wp-content/uploads/2012/10/The-Open-Book-of-Social-Innovationg.pdf

Porter, M. E., & Kramer, M. R. (2011). Creating shared value: How to reinvent capitalism—and

unleash a wave of innovation and growth. Harvard Business Review, 89(1/2), 62–77.

 

 

0 comments FacebookLinkedinWhatsappLINEEmail
sirdi

previous post
หลักสูตรอบรมเรื่องแผนที่ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (SIL 102 – Outcome Mapping and Changing System)

Related Posts

หนี้ครัวเรือน การฟื้นฟูอาชีพ และความยืดหยุ่นในการดำรงชีพ-กรอบบูรณาการเพื่อการฟื้นฟูชีวิต

26/08/2026

Manuel Castells

28/04/2026

Regenerative Development

27/04/2026

Collaborative Governance Understanding

24/03/2026

ทำเนียบปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์

25/02/2026

รัฐอานธรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย [Andhra Pradesh]

13/02/2026

สาธารณรัฐเอสโตเนีย [Republic of Estonia]

13/02/2026

แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก-หัวขบวนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น

20/11/2025

Working Paper การศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น

11/11/2025

Mondragon Cooperative Corporation (MCC)

23/05/2025

Leave a Comment Cancel Reply

Save my name, email, and website in this browser for the next time I comment.

Facebook

โพสต์ล่าสุด

  • Patrimonio Hoy
  • หลักสูตรอบรมเรื่องแผนที่ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (SIL 102 – Outcome Mapping and Changing System)
  • หนี้ครัวเรือน การฟื้นฟูอาชีพ และความยืดหยุ่นในการดำรงชีพ-กรอบบูรณาการเพื่อการฟื้นฟูชีวิต
  • โครงการอบรมหลักสูตรระยะสั้น การปฏิบัติการนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
  • อบรมระยะสั้น เศรษฐกิจชุมชนแห่งอนาคต: นวัตกรรมท้องถิ่น เกษตรฟื้นฟู และการสร้างมูลค่ายั่งยืน

ติดต่อเรา

อาคารอุไรรัตน์ (ตึก 3)
52/347 หมู่บ้านเมืองเอก ถ.เอกประจิม ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี 12000

เวลาทำการ: 8:30 น. – 16:30 น.
โทร: 0-2997-2200 ถึง 30 ต่อ 1238, 1219, 1218, 1215, 1257
อีเมล: soontorn.k@rsu.ac.th

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

- วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม
- มหาวิทยาลัยรังสิต

เมนู

    เกี่ยวกับเรา

    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม
    Social Innovation Research and development Institute. (SIRDI)
    โดย วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต : (Bachelor of Arts Program in Social Entrepreneur in Digital Age.) ม.รังสิต

    @2025 - All Right Reserved. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต


    Back To Top
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม(SIRDI)
    • หน้าหลัก
    • เกี่ยวกับ
    • หลักสูตรอบรม
      • หลักสูตรอบรมระยะสั้น 2568
      • หลักสูตรอบรมระยะสั้น 2565-67
      • ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม 2568 Social Entrepreneurship Center @RSU
    • บทความ/งานวิจัย
      • Lesson Learned
      • คลังความรู้
        • ข้อมูลเบื้องต้น คำและแนวคิดใหม่ ในศตวรรษที่ 21
      • เอกสารทั่วไป
      • ผลงานวิชาการ
      • กรณีศึกษา
        • การจัดกลุ่มทฤษฎีนวัตกรรมสังคม
        • กรณีศึกษาของต่างประเทศ
        • กรณีศึกษาของไทย
        • EDSTS & BCG Model
        • กรณีศึกษาองค์กรชุมชน
        • Community Welfare Fund
    • กิจกรรมเวิร์คช็อป
    • ติดต่อเรา
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม(SIRDI)
    • หน้าหลัก
    • เกี่ยวกับ
    • หลักสูตรอบรม
      • หลักสูตรอบรมระยะสั้น 2568
      • หลักสูตรอบรมระยะสั้น 2565-67
      • ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม 2568 Social Entrepreneurship Center @RSU
    • บทความ/งานวิจัย
      • Lesson Learned
      • คลังความรู้
        • ข้อมูลเบื้องต้น คำและแนวคิดใหม่ ในศตวรรษที่ 21
      • เอกสารทั่วไป
      • ผลงานวิชาการ
      • กรณีศึกษา
        • การจัดกลุ่มทฤษฎีนวัตกรรมสังคม
        • กรณีศึกษาของต่างประเทศ
        • กรณีศึกษาของไทย
        • EDSTS & BCG Model
        • กรณีศึกษาองค์กรชุมชน
        • Community Welfare Fund
    • กิจกรรมเวิร์คช็อป
    • ติดต่อเรา